วิกฤตภัยแล้ง
 

          เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทานรายงานสถานการณ์น้ำว่า มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้งประเทศรวมกันทั้งหมด ๕๘,๕๑๑ ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ ๘๓ ของปริมาณน้ำในอ่างทั้งหมด ในจำนวนนี้มีปริมาณน้ำที่สามารถนำมาใช้การได้จำนวน ๓๔,๙๘๙ ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น ร้อยละ ๕๐ ของปริมาณน้ำรวมกันทั้งหมดถือว่าจะเพียงพอสำหรับภาคการเกษตรเขตชลประทาน หากเปรียบเทียบ ณ เวลาเดียวกันของปี ๒๕๕๔ มีปริมาณน้ำเพียง ๑๐,๑๘๗ ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น


          ปริมาณน้ำที่มีอยู่ กรมชลประทานจึงกำหนดแผนการใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำต่างๆเฉพาะในส่วนของพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งปี ๒๕๕๔/๒๕๕๕ ไว้ในพื้นที่การเกษตรจำนวน ๖.๘๕ ล้านไร่ ล่าสุดจากการสำรวจการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในเขตพื้นที่ชลประทานลุ่มน้ำเจ้าพระยา พบว่ามีการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งไปแล้วกว่า ๓.๖๔ ล้านไร


          ทั้งหมดนี้เป็นการสนับสนุนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้ง เฉพาะในส่วนของพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ท้ายเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์มารวม ๒๓ จังหวัด ขณะที่พื้นที่อื่นอีกหลายจังหวัดกำลังประสบปัญหาภัยแล้ง หลังจากที่โครงการส่งน้ำและบำรุงทุ่งสัมฤทธิ์ ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการน้ำภายในลำน้ำมูลจำเป็นที่จะต้องปิดประตูระบายน้ำทั้ง ๖ บาน

เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภคของประชาชนภายในเขตเทศบาลตำบลพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา และตำบลใกล้เคียงในช่วงฤดูแล้งของปีนี้ ส่งผลให้เกษตรกรหลายชุมชนที่กำลังอยู่ระหว่างเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะทำนาปรัง เริ่มได้รับผลกระทบบ้างแล้ว


          เช่นเดียวกับระดับน้ำในแม่น้ำวังได้แห้งขอดไปแล้ว เกษตรกรที่มีอาชีพเลี้ยงวัวได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากขาดแคลนแหล่งน้ำ ทำให้ฝูงวัวนับพันตัวต้องขาดน้ำอย่างรุนแรงและจะต้องแก้ปัญหาด้วยการไล่ต้อนฝูงวัวเดินทางไปหาแหล่งน้ำใหม่ ไม่แตกต่างไปจากแม่น้ำยมในพื้นที่ ต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร ชาวบ้านในหมู่บ้านจระเข้ผอมต้องเดินลงจากตลิ่งแม่น้ำยม เพื่อไปตักน้ำในแม่น้ำที่อยู่บริเวณใต้เขื่อนยางที่เหลือเป็นเขื่อนน้ำ เพื่อนำน้ำมารดพืชผักสวนครัวที่ชาวบ้านปลูกไว้บริโภคในช่วงหน้าแล้ง หลังจากระดับน้ำในแม่น้ำยมบริเวณใต้เขื่อนยางแห้งขอดลงและเป็นสันดอนทรายแนวยาว


          นับเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง แม้ปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนสามารถเก็บกักได้มาก แต่เป็นเพียงในพื้นที่เขตชลประทานที่มีเขื่อนหลักๆเท่านั้น แต่ในทางกลับกันอีกหลายพื้นที่เกษตรกรต้องอาศัยลำน้ำขนาดเล็กในการเพาะปลูก แต่ลำน้ำกลับแห้งซ้ำซาก และบางพื้นที่ก็แล้งยิ่งกว่าปีที่ผ่านมา นับว่าเป็นปัญหาที่รัฐบาลต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน.

 

  

ที่มา : ส่วนสื่อประชาสัมพันธ์ สำนักพัฒนาการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์

 

 

กรมพัฒนาที่ดิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 02-562-5100
Land Development Department, Bangkok, Thailand.

Copyright @ Land Development Department 2010